วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

โปรแกรมไม่พึงประสงค์

1. บอกประเภท และชื่อของโปรแกรมไม่พึงประสงค์ในระบบคอมพิวเตอร์ มาอย่างน้อย 10 ประเภท
โปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ 

    ขณะใช้งานอินเทอร์เน็ต มักมีโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์แฝงมากับข้อมูลที่อยู่บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โปรแกรมลักษณะนี้เรียกว่า มัลแวร์( malware ) เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลาย หรือ รบกวนระบบคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งออกได้หลายชนิด เช่น 
    ไวรัส ( virus ) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งานและอาจร้ายแรงถึงขั้นทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้เสียหายทั้งระบบ โดยจะทำการแนบโปรแกรมแปลกปลอมเข้าไปกับโปรแกรมอื่น แล้วแพร่กระจายตัวเองจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ โดยผ่านสื่อบันทึกข้อมูล เช่น แผ่นบันทึก แฟลชไดรฟ์ หรือผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 
    เวิร์ม ( worm ) หรือหนอนคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมแปลกปลอมที่สามารถคัดลอกตัวเองแล้วส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทันที โดยอาศัยการเจาะผ่านช่องโหว่ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ตที่ไม่มีการป้องกันที่ดีพอ โดยจะเข้าไปกีดขวางการทำงานของระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ช้าลง หรือ หยุดทำงาน 
    ม้าโทรจัน ( trojan horse ) เป็นโปรแกรมแปลกปลอมที่ผ่านเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยการแอบแฝงตัวเองว่าเป็นโปรแกรมอื่น เช่น การหลอกให้ผู้ใช้เข้าใจว่าเป็นโปรแกรมเกม หรือ โปรแกรมสกรีนเซิร์ฟเวอร์ ที่ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดฟรีจากอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ใช้งานดาวน์โหลดโปรแกรมนี้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว อาจจะมีไวรัสซึ่งติดมากับม้าโทรจันนี้เข้าไปทำความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ได้ 
    สปายแวร์ ( spyware ) เป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้คอยติดตาม บันทึกข้อมูลส่วนบุคคล รายงานข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนบนอินเทอร์เน็ต หรือ ทำการเปลี่ยนการตั้งค่าของโปรแกรมเบราว์เซอร์ใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดความรำคาญ และ ทำให้ประสิทธิภาพให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ช้าลง เช่น คีย์ล๊อคเกอร์ ( key-logger) เป็นสปายแวร์ประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลการกดแป้นคีย์บอร์ดของผู้ใช้ ข้อมูลที่จัดเก็บจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ได้ 
    แอดแวร์ ( adware ) เป็นโปรแกรมแอบแฝงที่เมื่อโปรแกรมได้รับการดาวน์โหลดหรือมีการติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว จะแสดงหน้าต่าง ป๊อปอัพ ( pop – up ) ที่มีการโฆษณาสินค้าออกมาเป็นระยะๆ โดยอัตโนมัติ 
    สแปม ( spam ) เป็นการใช้ระบบส่งอีเมลในการส่งข้อความที่ไม่พึงประสงค์ ให้กับผู้ใช้เป็นจำนวนมาก สแปมที่พบบ่อย คือการส่งข้อความโฆษณาขายสินค้า บริการ ท่องเที่ยว ชักชวนประกอบอาชีพที่มีรายได้สูง ผ่านระบบอีเมลที่เรียกว่า เมลขยะ ( junk mail ) นอกจากนี้อาจมีการส่งผ่านสื่ออื่น เช่น การส่งสารทันที โทรศัพท์เคลื่อนที่ เกมออนไลน์ โปรแกรมค้นหา บล็อก หรือ วิกิ ซึ่งส่งผลให้เกิดการรบกวนการใช้สื่อสารเหล่านั้น
2. บอกชื่อเครื่องมือที่ใช้ในการป้องกันและกำจัดโปรแกรมไม่พึงประสงค์ตามข้อ 1 อย่างน้อย 10 ชื่อ (ชื่อโปรแกรม) (10 คะแนน)


  อีกหนึ่งโปรแกรมที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์นั้นก็คือ โปรแกรมป้องกันไวรัส (Antivirus) หากไม่มีโปรแกรมเหล่านี้ คอมพิวเตอร์ของเราก็อาจจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ไวรัส มัลแวร์ สปายแวร์ต่าง ๆ ส่งให้ไฟล์ข้อมูลสำคัญในคอมพิวเตอร์ของเราถูกทำให้เสียหายหรือแย่ที่สุดก็คือถูกลบหายไปจากเครื่องได้ แน่นอนว่าตัวเลือกที่ดีที่สุดของการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ก็คือการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสนั่นเอง ข่าวดีก็คือปัจจุบันมีโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีคุณภาพและมีเลือกให้งานหลายโปรแกรม ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับความปลอดภัยที่จะได้จากตัวโปรแกรม บางตัวก็เป็นโปรแกรมฟรี(ที่มีประสิทธิภาพสูง) บางตัวก็ให้ทดลองใช้งานฟรี ดั้งนั้นทางเว็บไซต์ Geekersmagazine ได้จัดอันดับ 10 สุดยอดโปรแกรมป้องกันไวรัสฟรีๆ ที่ให้คุณนำไปใช้งาน ปกป้องคอมพิวเตอร์จากเหล่าไวรัสตัวร้าย มีอะไรบ้าง มาติดตามกันเลย

 1. Kaspersky Free Antivirus

          Kaspersky โปรแกรมป้องกันไวรัสที่หลายคนคุ้นเคยและได้รับความนิยมในเรื่องของการป้องกันไวรัสที่มีคุณภาพ Kaspersky ถือเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีฟีเจอร์การทำงาน ครอบคลุมการปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัส ด้วยคุณสมบัติป้องกันแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส, สปายแวร์, มัลแวร์ , โทรจัน, เวิร์ม, rootkist, botnets เป็นต้น และเสริมความแข็งแรงด้วยฟีเจอร์ Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์ สามารถไปดาวน์โหลด ได้ที่ Kaspersky Lab โดยโปรแกรมเป็นแบบฟรี  Trial สามารถใช้งานได้ 30 วัน  

 2. Avast Free Full Antivirus

          Avast Antivirus โปรแกรมป้องกันไวรัสอีกตัว ที่หันมาพัฒนาแอนตี้ไวรัสแบบฟรีแวร์อย่างต่อเนื่อง มาพร้อมกับคุณสมบัติป้องกันไวรัสพื้นฐานและความปลอดภัยกับการทำงานรวดเร็ว ป้องกันไวรัส สปายแวร์ และยังมีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล การรักษาความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการ 32-bit และ 64-bit 

 3. Norton AntiVirus 2012

          Norton โปรแกรมป้องกันไวรัสที่โลดแล่นอยู่ในวงการแอนตี้ไวรัสมานาน ถึงแม้จะถูกผู้พัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัสเจ้าอื่น ๆ ยึดตำแหน่งไปครอง แต่ทาง Norton ก็ยังคงพัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัสของตัวเองให้ทันยุคทันสมัย เพิ่มคุณสมบัติการทำงานของโปรแกรมใหม่ ๆ เช่น เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊กเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย จัดการมัลแวร์ที่แอบแฝงอยู่บนเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นต้น Norton ยังคงให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานทุกระดับ หากสนใจสามารถดาวน์โหลด Norton AntiVirus 2012 เวอร์ชั่นล่าสุดแบบ  Trial ทดลองใช้งาน 30 วัน

 4. Microsoft Security Essentials

          Microsoft Security Essentials หรือ MSE โปรแกรมป้องกันไวรัสหน้าใหม่จากไมโครซอฟท์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน และกลายเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสยอดนิยมเพราะเป็นฟรีแวร์ที่แจกจ่ายฟรีไม่มีข้อผูกมัด  คุณสมบัติต่าง ๆ ของ Microsoft Security Essentials ก็ไม่ได้น้อยหน้าโปรแกรมป้องกันไวรัสเจ้าอื่น ๆ มาพร้อมกับการปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์และอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายด้วยการรักษาความปลอดภัยและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ 

 5. AVG Free Anti-Virus

          AVG โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ดีอีกตัวนึงในตลาดโปรแกรมป้องกันไวรัส ด้วยความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน 98 ล้านคนทั่วโลก AVG มีการพัฒนาที่ทันสมัยอยู่เสมอและที่สำคัญเป็นโปรแกรมฟรีแวร์ ที่แจกจ่ายให้ใช้งานกันแบบฟรี ๆ สำหรับคุณสมบัติการป้องกันไวรัสเรียกได้ว่าครอบคลุมการทำงาน ช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้ห่างไกลไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์ รวมไปถึงตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยการใช้งานเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ 

 6. Comodo Free Antivirus

          Comodo Antivirus ถือเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีรางวัลการันตีการป้องกันไวรัสที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานโดยออก Comodo Free Antivirus เป็นโปรแกรมฟรีแวร์แต่มาพร้อมกับคุณภาพและคุณสมบัติการป้องกันไวรัส ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส โทรจัน สปายแวร์ และ Firewall ที่แข็งแกร่ง การรักษาความปลอดภัยที่แข็งแรง หากกำลังมองหาโปรแกรมป้องกันไวรัสที่พร้อมไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ แบบตัวเดียว Comodo Antivirus เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม 

 7. McAfee Free Antivirus

          McAfee โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยและเป็นโปรแกรมป้องไวรัสที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่ทำให้การป้องกันไวรัส สแกนรักษาความปลอดภัยที่น่าสนใจ ด้วยอินเตอร์เฟซของโปรแกรมที่ใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนจึงเลือกใช้งาน  McAfee เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัส ปกป้องข้อมูลสำคัญประจำคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเป็นแบบฟรี Trial ทดลองใช้งาน 30 วัน

 8. Trend Micro Free Full version Antivirus

          Trend Micro เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมป้องไวรัสและป้องกันสปายแวร์ที่ดีอีกตัว พร้อมกับคุณสมบัติการทำงานที่ครอบคลุมการใช้งาน สามารถทำงานร่วมกับ Windows XP/ Windows7 และ Windows Vista ได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกเหนือจากนี้แล้ว Trend Micro ก็ยังพัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับโทรศัพท์ด้วยความใส่ใจผู้ใช้งานทุกรูปแบบ โปรแกรมเป็นแบบฟรี Trial ทดลองใช้งาน 30 วัน

 9. Avira Free Antivirus
          Avira Antivirus หรือที่รู้จักกัน คือ "ร่มแดง" เนื่องจาก โปรแกรมนี้ใช้สัญลักษณ์ ร่มแดง นั้นเอง โปรแกรมตัวนี้ถือได้ว่าเป็นซอฟต์แวร์ แอนตี้ไวรัสที่มีคุณภาพและได้รับความนิยมอย่างมาก กับประสิทธิภาพการทำงานและเทคโนโลยีชั้นสูงที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก ความสามารถไม่ได้น้อยหน้าโปรแกรมป้องกันไวรัสเจ้าอื่น ๆ ด้วยการป้องกันไวรัสได้มากกว่า 300,000 ชนิดและมีการอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันไวรัสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และการใช้งานที่ง่ายรวมไปถึงใช้ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์น้อย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ

 10. BitDefender Free Edition

          BitDefender โปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีคุณสมบัติครอบคลุมมากที่สุดทำให้การใช้งานทรัพยากรของคอมพิวเตอร์ค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ถ้าแลกกับคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงานที่ได้นั้น ถือว่า BitDefender ทำงานได้ดีมากทีเดียว ด้วยฟีเจอร์การทำงาน รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่เข้ามาเสริมทัพ และข่าวดีก็คือ BitDefender ได้ออกโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบฟรีแวร์ มาในชื่อ BitDefender Free Edition ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำงานและป้องกันไวรัสขั้นพื้นฐานและมีประสิทธิภาพป้องกันในระดับนึง 
 3. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมป้องกันและกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์เช่น nod32
โดยศึกษาตามหัวข้อต่อไปนี้
3.1 คุณสมบัติเฉพาะ หรือความสามารถในการทำงาน 2 คะแนน


จากสถิติการใช้งาน ถึงความสามารถของ ESET NOD32 สามารถการันตีหรือ รับประกันได้เลยว่า เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยป้องกันจากไวรัส และมีประสิทธิภาพที่สุด โดยอ้างอิงจากสถิติ ของเว็ปไซต์ต่างๆ และเว็ปไซต์ไทยแวร์ของเราเองเช่นกัน โปรแกรม ESET NOD32 ติดอันดับ1 ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุด และ จุดเด่นๆของ Eset Nod 32 ก็คือ ทำงานได้รวดเร็วใช้ทรัพยากรของระบบน้อย เพียงแค่ซื้อโปรแกรม มาติดตั้งและปล่อยให้ซอฟต์แวร์ทำงาน เพียงแค่นี้ด้วยเทคโนโลยีที่ ที่มีการตรวจจับ สแกนไวรัส ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ จนบางครั้งยังไม่รู้เลยว่าโปรแกรมกำลังทำงานอยู่ หน้าตาของโปรแกรมเองก็ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้เริ่มต้น หรือ ผู้ใช้งานระดับสูง

ขอบเขตการป้องกัน

Eset Nod 32 มีระบบการป้องกัน และ คอยตรวจสอบการจับ และหยุดการทำงานของไวรัส อย่างTrojans , warm , adware , spyware , phishing , root kits  และ การคุกคามทางอินเตอร์เน็ได้อย่างสมบูรณ์ ปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณ ในขณะที่ออนไลน์ Eset Nod 32 ทำงานโดยมีการสแกนข้อมูล
เข้า-ออก อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะ รับ-ส่ง อีเมล์ หรือการ ตรวจสอบ จากการเชื่อมต่อ USB Drive ทั้งหลาย ใน ESET NOD32 ก็มีออปชันที่เราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ทำการป้องกันการใช้งานพอร์ต USB ได้ ซึ่งสามารถกำหนดลึกลงไปถึงแต่ละพอร์ตเลยทีเดียว อันนี้ก็เหมาะอย่างมากสำหรับเครื่องที่ใช้งานร่วมกันอย่างในร้านเกมหรือร้านเน็ตค่าแฟ่ รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา

ประสิทธิภาพ

ESET NOD32 มี เทคโนโลยี ThreatSense ที่มีการป้องกันหลายระดับชั้น เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีในรูปแบบใหม่ๆที่ดีที่สุด โดยเทคโนโลยี ThreatSense ยังเป็นเทคโนโลยีที่ชาญฉลาด และ ส่งสัญญาณ เตือน ที่ผิดพลาด น้อยกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ความง่ายในการติดตั้ง

ESET NOD32 เป็นโปรแกรมที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด เพียงพอต่อการใช้งาน โดยใช้หน่วยความจำเพียง 44 MB.  ซึ่งนับได้ว่าน้อยมาก  ถือว่าเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ใช้ทรัพยากรของระบบน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับโปรแกรมป้องกันไวรัสตัวอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงคุณสมบัติในการทำงานไว้ได้อย่างครบครัน


ความง่ายต่อการใช้งาน

ESET NOD32 ง่ายต่อการใช้งาน เพราะ โปรแกรมถูกสร้างมาเพื่อรองรับผู้เริ่มต้นในการใช้งาน มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ตั้งแต่การตั้งค่าเริ่มต้น สำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้น ถึง ผู้ใช้งานระดับสูง โดยมีการสร้างไม่ให้ยุ่งยาก และ ซับซ้อนเกินไป

ESET NOD32 ได้รวมโหมดเฉพาะที่สามารถเปิดใช้งานได้บน เครื่อง โน้ตบุ้ค (Notebook / Labtop) หรือเครื่อง Tablet PC เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ปรับให้เหมาะสม กับการใช้พลังงานของแบตเตอร์รี่ โดยไม่เสียพลังงานมากเกินไปอีกด้วย

ลักษณะการทำงาน

การทำงานของ ESET NOD32 จะมีการทำงานที่เรียกว่า Background Process เป็นการทำงานเบื้องหลัง คือทำงานในลักษณะเป็นอยู่เบื้องหลังโดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในไฟล์หรือข้อมูลต่างๆ ที่กำลังทำงานอยู่ตลอดเวลา และมีเทคโนโลยี Advanced Heuristics ที่ช่วยตรวจจับไวรัสที่ยังไม่รู้จักที่เกิดขึ้นใหม่ ได้ถึง 80% และ เทคโนโลยี ThreatSense เทคโนโลยีการป้องกันไวรัสรูปแบบใหม่ ที่รวมเทคนิคการตรวจจับไวรัสขั้นสูงหลายรูปแบบ ที่ช่วยป้องกันการคุกคามจากไวรัสทุกรูปแบบ
มีการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอัตโนมัติ อยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องรอการสั่งให้ทำงาน ตัวมันเองจะอัพเดทอัตโนมัติ เพื่อให้รู้เท่าทันและไม่พลาดต่อการป้องกัน

สรุป

Eset Nod 32 มี จุดเด่น ก็คือเรื่องของการใช้ทรัพยากรที่ค่อนข้างประหยัดนี่เอง เราจึงมักจะแนะนำให้ติดตั้ง NOD32 กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป และโดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กอย่างเน็ตบุ๊กที่มีทรัพยากรฮาร์ดแวร์อย่างจำกัด ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ใช้งานพอสมควร
และการที่ Eset Nod 32 มีทำงานได้รวดเร็ว การทำงานที่ใช้ดิสก์อย่างมากเช่น “การสแกนดิสก์แบบเต็ม" ก็สามารถทำได้โดยเวลาอันสั้น เป็นต้น



23_1

3.2 การดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม บอกขั้นตอนโดยละเอียด (2 คะแนน)

วิธีการลง Nod 32 ในเครื่องขั้นแรกท่านต้องมีโปรแกรมสแกนไวรัส Nod 32 ก่อนหากยังไม่มีดาว์นโหลดได้ที่ ขั้นตอนการลง nod 32 ดับเบิ้ลไฟลที่ดาว์นโหลด
กด I accept the terms in ter license Agreement
  เลือกแบบ Typical (recommended best settings)  
เลือก Next  
เลือก Enable แล้วก็ Next
เลือก Enable detextion of potentially unwanted applications  
กด install เลยครับ  
รอสักครู่
เท่านี้ก็เสร็จเสร็จวิธีลง NOD32 แล้วครับ  

3.3 วิธีการใช้งาน (2 คะแนน)